KIPBOX FARM
ซึ่งเราได้ออกแบบเป็นโรงแรมขนาด 42 ห้องก็นับว่าหากสร้างจริงก็จะเป็นโรงแรมที่ใช้ตู้คอนเทนเนอร์มาสร้างเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดในเวลานั้น แต่จนแล้วจนรอดก็เกิดความคิดบ้างอย่างขึ้นมาว่า หากเราสร้างจริงเราจะทำธุรกิจนี้ไหวเหรอ แล้วโรงแรมเราจะมีอะไรเป็นจุดเด่นมากพอที่จะทำให้คนเขามาพักหรือเปล่า
ซึ่งแนวคิดนี้เป็นโจทย์ที่ยากพอควรสำหรับคนที่ไม่เคยทำเกษตร เพราะคำถามที่เกิดขึ้นก็คือเราจะปลูกอะไรดี แล้วเราจะทำได้หรือไม่ แล้วเราจะต้องเริ่มอย่างไร
จึงเกิดแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ แปลงเล็กขึ้นหลังออฟฟิศผม ทุกอย่างทำเองตาม YOUTUBE ครับ เริ่มตั้งแต่เจาะท่อรางปลูกเอง ทำระบบปั้มน้ำ วัดค่าน้ำ ทดลองให้ปุ๋ย วัดค่า EC และ PH เพาะกล้าลงในช่องปลูก
ผลสรุปคือทำไม่ชีวิตเรายุ่งยากขนาดนี้ ต้องทำหลายๆอย่างขนาดนี้เลยเหรอกว่าจะได้ผักมาสักต้น มันคงไม่ใช่ทางเราแน่ จึงเริ่มใหม่โดยใช้วิถีเกษตรอินทรีย์ คราวนี้สนุกกว่าเดิมครับ มีเรื่องจุลินทรี มีเรื่องการหมักฮอร์โมน เรื่องของการปรุงดิน ห่มดิน ตามวิถีของเกษตรอินทรีย์ ผักที่ได้รอบแรกของการปลูกงามมาก แต่รอบต่อๆมาเริ่มจะปลูกไม่ได้ผลผลิตเหมือนเก่าเพราะเริ่มมีการระบาดของโรคและแมลง เดี่ยวผมจะเล่าให้ฟังในตอนต่อไป
จากการลองผิดลองถูกของผมจึงสรุปว่าการปลูกพืชก็เหมือนคน กินยามากไปก็ไม่ดี ไม่กินยากินแต่สมุนไพรก็ไม่หาย เลยเริ่มแนวทางใหม่ใช้แบบผสมผสานไม่มากไม่น้อยไป พอดีพอดี และสำคัญจะต้องมีมาตรฐานรองรับ เลยเริ่มเข้าขบวนการเรียนรู้เรื่องการใช้ปุ๋ยและยาอย่างถูกวิธีและรู้จักการงดใช้ยาในช่วงที่ปลอดภัยก่อนนำผักหรือผลผลิตในฟาร์มมาบริโภค เพราะเราถือว่าเราทานเอง คนอื่นก็ต้องทานได้ และนี้คือจุดเริ่มต้นของ KIPBOXFARM แล้วตอนหน้าผมจะมาเล่าต่อถึงแนวคิดของเราเกี่ยวกับทำฟาร์มครับฝากติดตามด้วยนะครับ
เราเป็นฟาร์มเกษตรแบบผสมผสานที่ตั้งอยูในตัวเมืองตรัง โดยใช้พื้นที่ ประมาณ 2 ไร่ครึ่ง แบ่งเป็นสองส่วนได้แก่ ส่วนของพื้นที่ฟาร์ม และ ส่วนร้านอาหารและโรงแรม
ในปี 2016 ซึ่งตัวผมเองตั้งใจจะใช้พื้นที่ตรงนี้สร้างโรงแรมที่ทำมาจากตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้ชื่อว่า KIP ที่แสลงมาจาก Sleep และ BOX ที่มาจากกล่อง แปลรวมกันเป็นกล่องนอน ซึ่งตรงกับConceptเอาตู้คอนเทนเนอร์มาสร้างเป็นโรงแรม
![]() |
| ภาพร่างออกแบบปี 2016 |
จากคำถามเหล่านั้นจึงทำให้ผมชลอการสร้างโรงแรม และลองหันมามองหาว่าเราจะใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้อย่างไร จึงเกิดแนวคิดที่ว่าเราควรกลับมามองเรื่องการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพของเราเองและส่งต่ออาหารที่มีประโยชน์ให้กับลูกค้าจะดีกว่ามั๊ย
ซึ่งแนวคิดนี้เป็นโจทย์ที่ยากพอควรสำหรับคนที่ไม่เคยทำเกษตร เพราะคำถามที่เกิดขึ้นก็คือเราจะปลูกอะไรดี แล้วเราจะทำได้หรือไม่ แล้วเราจะต้องเริ่มอย่างไร
![]() |
| ภาพถ่ายปี 2017 |
เมื่อเริ่มตั้งคำถามแบบนี้ก็เข้าหลักของการคิดในเชิงวิศวกรรม (ลืมบอกไปนะครับ ว่า ผมจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาตร์ สาขาไฟฟ้า) โดยหลักการคิดก็คือเราจะทำอย่างไรดีกับพื้นที่ที่จำกัดเพื่อให้ผลประโยชน์มากที่สุด ก็เลยจำเป็นต้องหาข้อมูลว่าปลูกพืชอะไรดีจึงจะให้ผลประโยชน์ต่อพื้นที่มากที่สุด
คำตอบที่ได้แบ่งออกมาเป็น 2 ทางคือ ทางแรกการปลูกพืชในระบบพืชไร้ดิน และอีกทางคือการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งทั้งสองทางนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แล้วเราจะเลือกอย่างไหน คำตอบง่ายๆครับคือลองครับ
จึงเกิดแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ แปลงเล็กขึ้นหลังออฟฟิศผม ทุกอย่างทำเองตาม YOUTUBE ครับ เริ่มตั้งแต่เจาะท่อรางปลูกเอง ทำระบบปั้มน้ำ วัดค่าน้ำ ทดลองให้ปุ๋ย วัดค่า EC และ PH เพาะกล้าลงในช่องปลูก
ผลสรุปคือทำไม่ชีวิตเรายุ่งยากขนาดนี้ ต้องทำหลายๆอย่างขนาดนี้เลยเหรอกว่าจะได้ผักมาสักต้น มันคงไม่ใช่ทางเราแน่ จึงเริ่มใหม่โดยใช้วิถีเกษตรอินทรีย์ คราวนี้สนุกกว่าเดิมครับ มีเรื่องจุลินทรี มีเรื่องการหมักฮอร์โมน เรื่องของการปรุงดิน ห่มดิน ตามวิถีของเกษตรอินทรีย์ ผักที่ได้รอบแรกของการปลูกงามมาก แต่รอบต่อๆมาเริ่มจะปลูกไม่ได้ผลผลิตเหมือนเก่าเพราะเริ่มมีการระบาดของโรคและแมลง เดี่ยวผมจะเล่าให้ฟังในตอนต่อไป
จากการลองผิดลองถูกของผมจึงสรุปว่าการปลูกพืชก็เหมือนคน กินยามากไปก็ไม่ดี ไม่กินยากินแต่สมุนไพรก็ไม่หาย เลยเริ่มแนวทางใหม่ใช้แบบผสมผสานไม่มากไม่น้อยไป พอดีพอดี และสำคัญจะต้องมีมาตรฐานรองรับ เลยเริ่มเข้าขบวนการเรียนรู้เรื่องการใช้ปุ๋ยและยาอย่างถูกวิธีและรู้จักการงดใช้ยาในช่วงที่ปลอดภัยก่อนนำผักหรือผลผลิตในฟาร์มมาบริโภค เพราะเราถือว่าเราทานเอง คนอื่นก็ต้องทานได้ และนี้คือจุดเริ่มต้นของ KIPBOXFARM แล้วตอนหน้าผมจะมาเล่าต่อถึงแนวคิดของเราเกี่ยวกับทำฟาร์มครับฝากติดตามด้วยนะครับ
![]() |
| ภาพ KIPBOX ปัจจุปั่น |



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น