ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ว่าด้วยเรื่องการปลูกเมล่อน ตอนที่ 1 ปลูกลงถุงหรือปลูกลงดินดี

KIPBOXFARM

    สวัสดีครับวันนี้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการปลูกเมล่อนสำหรับมือใหม่หรือมือเก่าเพื่อลองพิจารณาเลือกวิธีการปลูกกันดูนะครับ มีหลายๆคำถามที่ถามมาว่า พี่ครับเราปลูกเมล่อนลงถุงดีกว่าลงดินไม่ครับ หรือลงดินดีกว่ามั๊ยครับ ผมก็เลยเอาคำถามเหล่านี้มาลองสรุปให้ผู้ปลูกลองพิจารณาดูนะครับ

    การปลูกเมล่อนให้ได้ผลดี องค์ประกอบที่สำคัญไม่น้อยกว่าองค์ประกอบอื่นคือเรื่องของดินปลูกครับ หลายๆฟาร์มมีลักษณะการปลูกที่แตกต่างกันไป แต่ที่เห็นหลักๆได้แก่ การปลูกลงแปลงดิน การปลูกลงวัสดุแทนดิน และการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ครับ (สำหรับผมเคยปลูกแค่สองแบบแรกจึงขอไม่พูดถึงไฮโดรโรนิกส์นะครับ)

    เรามาดูในแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไรครับ
    1. การปลูกโดยทำแปลงดิน
การเตรียมแปลงปลูกแบบดิน


ปรับปรุงดินโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์



        ข้อดีการปลูกลงแปลงดิน
  • ต้นทุนในการปลูกต่ำลง 
    • เนื่องจากดินในโรงปลูกทุกคนมีดินอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องขนวัสดุเข้าออกเพียงแต่ต้องพัตนาดินให้มีความสมบรูณ์มากขึ้นโดยการเติมอินทรีย์วัตถุ และปรับโครงสร้างดินเพื่อให้เหมาะต่อการปลูกครับ หากใครคิดจะเริ่มด้วยวิธีการนี้ จะต้องทำการตรวจค่าดินก่อนทุกครั้ง ปัจจจัยที่สำคัญคือ ค่า PH และแร่ธาตุที่อยู่ในดิน เราจำเป็นต้องส่งตรวจกับกรมพัฒนาที่ดินเพื่อได้ผลการวิเคราะดินก่อนเสมอ และค่อยนำผลเหล่านั้นมาปรับปรุงดิน
  • การทำให้ระบบรากของเมล่อนดีขึ้น 
    • ระบบรากของเมล่อนสามารถยาวได้ถึง 2 เมตร การปลูกลงแปลงดินจะทำให้เมล่อนสามารถหากินได้ไกลขึ้นทำให้เราประหยัดการใช้ปุ๋ยลงไปจากการใช้วัสดุปลูกอื่นๆ
  • ความเป็นเอกลักษณ์ของดินให้รสชาติของเมล่อนที่แตกต่าง
    •  ยกตัวอย่างเช่น การปลูกแปลงดินในภาคอีสานจะมีความเค้มในเนื้อของเมล่อนนิดๆจึงทำให้มีรสชาติที่หวานอร่อย ซึ่งลักษณะเหล่านี้ไม่สามารถปรุงแต่งได้จากการให้ปุ๋ย
  • ความลดยุ่งยากในการให้ปุ๋ย
    • เนื่องจากเราเตรียมดินที่ดีก็จะทำให้ดินอุดมสมบรูณ์ของแร่ธาตุต่างๆ จึงทำให้เราประหยัดการใช้ปุ๋ยและไม่จำเป็นที่จะต้องให้ปุ๋ยไปทางระบบน้ำ ลดเวลาเรื่อการเตรียมปุ๋ย เตรียมน้ำ
  • ความยั่งยืนในการปลูก 
    • หากเราเตรียมดินดี ดินก็จะค่อยดีขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้เราได้ผลผลิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน จึงทำให้เราประหยัดต้นทุนในการปลูกระยะยาว
        ข้อเสียการปลูกลงแปลงดิน
  • การเตรียมแปลงดินอาจจะต้องใช้แรงงานในการยกร่องแปลงมากขึ้น 
    • การยกร่องในแปลงขึ้นอยู่กับความชำนาญของเกษตรกรและแรงงานที่ทำ แต่ถ้ามีเครื่องจักรช่วยพรวนดินและยกร่องดินก็จะทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น
  • ความสวยงามในแปลง 
    • แน่นอนอยู่แล้วว่าการปลูกลงแปลงดินอาจจะทำให้แปลงดูเลอะไม่น่าเดินแต่ปัจจัยเหล่านี้สามารถมองข้ามได้หากเราได้ผลผลิตที่ดีทุกรอบของการปลูก
  • การลดปริมาณน้ำในดินในช่วงหน้าฝน
    • อาจจะเป็นปัญหาในช่วงที่มีฝนมากมีน้ำซึมใต้ดินทำให้น้ำในแปลงปลูกมีมากอาจส่งผลต่อการทำหวานของเมล่อนได้แต่เราก็สามารถแก้ไขได้โดยการทำแนวระบายน้ำหรือยกร่องของแปลงปลูกให้สูงขึ้นเพื่อลดปัญหาเหล่านี้
    2. การปลูกในวัสดุแทนดิน
        ในการปลูกแบบนี้ผมหมายถึงการปลูกโดยใส่ในถุงหรือกระถางที่ผู้ปลูกผสมวัสดุแทนดิน อาทิเช่น ขุยมะพร้าว กาบมะพร้าวสับ แกลบดิบ ทราย และวัสดุอื่นๆนะครับ
    ข้อดีของการปลูกวัสดุแทนดิน



  • การเตรียมวัสดุ 
    • สามารถเตรียมได้จากภายนอกโรงเรือนและย้ายเข้าออกในแปลงปลูกได้เลยโดยสามารถเตรียมไว้ก่อนได้ไม่ต้องรอให้การปลูกรอบเก่าเสร็จก่อน อาจจะช่วยร่นระยะเวลาระหว่างการปลูกในแต่ละรอบลงได้
  • ความสวยงามของแปลงปลูก 
    • เราสามารถปูพลาสติกคลุมแปลงดินได้โดยไม่จำเป็นต้องรื้อออกในทุกรอบของการปลูกทำให้ดูสวยงามและเป็นระเบียบ
  • การควบคุมปริมาณน้ำ
    • เราสามารถควบคุมการให้น้ำได้ดีกว่าระบบแปลงดินเพราะเราสามารถกำหนดการให้น้ำได้แต่ก็ขึ้นอยู่กับวัสดุปลูกและสภาพของอากาศของในแต่ละพื้นที่ 
  • ควบคุมความสม่ำเสมอของวัสดุปลูกได้
    • เราสามารถกำหนดค่าPH หรือลักษณะของวัสดุปลูกได้โดยการปรุงดินในแต่ละครั้ง ทำให้มีความสม่ำเสมอตลอดการปลูก
    ข้อเสียของการปลูกวัสดุแทนดิน
  • ต้นทุนการปลูก 
    • โดยส่วนใหญ่แล้ววัสดุที่เอามาปรุงดินจำเป็นต้องซื้อเกือบทุกรอบของการปลูกประกอบกับแรงงานที่ใช้ในการเตรียมค่อนข้างจะเยอะกว่าการปลูกลงแปลงดิน เพราะดินยิ่งปรับปรุงยิ่งดีขึ้นทำให้ยิ่งลดการใช้ปุ๋ยแต่การปลูกวัสดุแทนดินเราจำเป็นต้องทำใหม่ทุกครั้งของการปลูก
  • ระบบรากของเมล่อน
    • การปลูกในถุงย่อมจำกัดเนื้อที่ของระบบรากอาจทำให้เกิดการขดตัวของรากในถุงได้และต้นเมล่อนไม่สามารถหากินได้เองต้องพึ่งพาการให้ปุ๋ยอย่างสม่ำเสอตลอดการปลูก
  • ความยุ่งยากในการให้ปุ๋ย
    • ส่วนใหญ่ผู้ปลูกมักจะให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำ ซึ่งปุ๋ยที่ใช้แบบ AB ดังนั้นส่วนสำคัญคือการปรับปุ๋ยให้เป็นไปตามการเติบโตของเมล่อน เราจำเป็นต้องมีการควบคุมค่า PH และค่า EC ของสารละลายอยู่บ่อยๆอาจจะทำให้ยุ่งยากพอสมควรสำหรับมือใหม่ที่ไม่มีความรู้ในการให้ปุ๋ย
    ข้อสรุปคราวๆจากประสบการณ์ตรงจากการปลูกทั้งสองแบบ สิ่งที่ผมคิดคือความยั่งยืนในการปลูก และลดความยุ่งยากสำหรับการปลูกให้มากที่สุด ผมเลยเลือกวิธีการปลูกลงแปลงดินครับ เพราะยิ่งเราทำให้ดินดีก็ยิ่งทำให้ลดการใช้ปริมาณของเคมีลง ทำให้ให้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการดูและให้ดินมีสภาพที่เหมาะสมด้วยครับ การจะเลือกใช้วิธีการไหนก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของฟาร์มนั้นๆครับ แต่ขอฝากให้คิดในเรื่องต้นทุนและความยั่งยืนในการปลูกด้วยครับ

    ในตอนต่อไปผมจะมาเล่าประสบการณ์ในการเตรียมดินในแปลงปลูกแบบดินนะครับ อันนี้เป็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับผมและส่งผลอย่างไรต่อการปลูกเมล่อนบ้างครับ ฝากติดตามกันต่อนะครับ หากมีปัญหาหรืออยากถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อผมทาง Email spakeen@gmail.com หรือผ่าน LINE:@kipboxfarm ได้ครับยินดี เพื่อเป็นการช่วยกันพัฒนาให้เกิดการปลูกที่ยั่งยืน ขอบคุณครับที่ติดตาม





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มาทำความรู้จัก KIpbox farm ตอนที่ 1เราคือใคร

    KIPBOX FARM       เราเป็นฟาร์มเกษตรแบบผสมผสานที่ตั้งอยูในตัวเมืองตรัง โดยใช้พื้นที่ ประมาณ 2 ไร่ครึ่ง แบ่งเป็นสองส่วนได้แก่ ส่วนของพื้นที่ฟาร์ม และ ส่วนร้านอาหารและโรงแรม       ในปี 2016 ซึ่งตัวผมเองตั้งใจจะใช้พื้นที่ตรงนี้สร้างโรงแรมที่ทำมาจากตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้ชื่อว่า KIP ที่แสลงมาจาก Sleep และ BOX ที่มาจากกล่อง แปลรวมกันเป็นกล่องนอน ซึ่งตรงกับConceptเอาตู้คอนเทนเนอร์มาสร้างเป็นโรงแรม ภาพร่างออกแบบปี 2016      ซึ่งเราได้ออกแบบเป็นโรงแรมขนาด 42 ห้องก็นับว่าหากสร้างจริงก็จะเป็นโรงแรมที่ใช้ตู้คอนเทนเนอร์มาสร้างเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดในเวลานั้น แต่จนแล้วจนรอดก็เกิดความคิดบ้างอย่างขึ้นมาว่า หากเราสร้างจริงเราจะทำธุรกิจนี้ไหวเหรอ แล้วโรงแรมเราจะมีอะไรเป็นจุดเด่นมากพอที่จะทำให้คนเขามาพักหรือเปล่า     จากคำถามเหล่านั้นจึงทำให้ผมชลอการสร้างโรงแรม และลองหันมามองหาว่าเราจะใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้อย่างไร จึงเกิดแนวคิดที่ว่าเราควรกลับมามองเรื่องการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพของเราเองและส่งต่ ออาหารที่มีประโยชน์ให้กับลู...

ว่าด้วยเรื่องการปลูกเมล่อน ตอนที่ 2 การเตรียมดินปลูกเมล่อน

KIPBOXFARM      จากตอนที่แล้ว เราพูดถึงเรื่องการการปลูกเมล่อนในวัสดุแทนดินหรือลงแปลงดินอะไรดีกว่า ผมขอขยายความของการปลูกแปลงดินเพิ่มเติมกันต่อครับว่าเราจะต้องการเตรียมแปลงปลูกกันอย่างไรตามแบบฉบับของสายดินครับ      อันดับแรก ก่อนที่จะทำการปลูก อย่างที่ผมได้บอกไว้ในตอนก่อนๆ ในเรื่องของการส่งตัวอย่างดินไปวิเคราะห์เพื่อดูความสมบรูณ์ของดิน สำหรับผมถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้นๆเลยครับ เนื่องจากหากเราไม่รู้สภาพดินของเราว่าเป็นอย่างไร เราก็ไม่สามารถที่จะปรุงดินให้ดีได้ครับ  วิธีการเก็บตัวอย่างขออนุญาตทำลิงค์ของกรมพัตนาที่ดินไว้ให้นะครับ  https://www.ldd.go.th/WEB_WorldSoilDay/Data/Knowledge/SoilSampling.pdf     สำหรับแปลงใหม่ที่ยังไม่เคยปลูกยังไม่ต้องกังวลมากครับให้เราทำการทดสอบค่า PH ของดินและทำการไถ่พลิกหน้าดินเพื่อดูสภาพเบื้องต้น การเก็บตัวอย่างดิน ให้เอาผี่งลมไม่ต้องตากแดด ทดสอบด้วยชุดทดสอบPH ไถ่พลิกหน้าดินและเก็บเศษวัสดุอื่นๆ      หลังจากไถ่พลิกหน้าดินให้เราเก็บเศษวัสดุ เศษแก็ว เศษก้อนหิน หรือขยะอื่นๆออกจากแปลงให้มากที่สุด ห...