ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มาทำความรู้จัก KIpbox farm ตอนที่ 3 เมื่อเริ่มทำเมล่อนอย่างจริงจัง

KIPBOX FARM

     สวัสดีเช้าวันเสาร์ที่หลายๆคนเป็นวันหยุด หากถามว่าอาชีพเกษตรกรมีวันหยุดไหม คำตอบคือไม่ครับ แต่เราจะเริ่มงานของเราทุกวันในเวลาเช้า และจะหยุดงานของเราเมื่อทุกอย่างที่เราตั้งเป้าไว้เสร็จ ไม่ได้ตายตัวครับ ขอให้เรารู้สึกสนุกกับมันเราก็จะทำมันได้เรื่อยๆครับ ร้อนก็พัก หายร้อนทำต่อ อาจจะเป็นขอดีของคนทำอาชีพนี้ก็ได้ครับ

    ผมขอเริ่มเล่าประสบการณ์ของการเริ่มปลูกเมล่อนแบบจริงจังกันนะครับ อย่างที่บอกครับการเริ่มต้นของผมเริ่มจากการปลูกต้นเมล่อนข้างออฟฟิศ แค่ 20 ต้น นั้นคือบันไดขั้นแรก ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าเจ้าต้นเมล่อนมันเติบโตอย่างไรครับ คราวนี้มาถึงการเริ่มทำอย่างจริงจัง อันดับแรก สิ่งจำเป็นจริงๆสำหรับการปลูกคือ โรงเรือนที่ใช้ปลูก ทำไม่ต้องมีโรงเรือน ปลูกแปลงเปิดไม่ได้เหรอ นี้เป็นประโยคคำถามที่ถามกันเป็นประจำ คำตอบคือได้ครับ แต่เราจะต้องเจอกับ แมลงและปริมาณน้ำฝนที่เราไม่สามารถควบคุมได้ครับ จริงอยู่ต้นกำเนิดของเมล่อนอยู่แถบแอฟริกา ซึ่งเป็นแถบโซนร้อนอยู่แล้ว สำหรับประเทศไทย มีการตกของฝนที่ค่อนข้างมากกว่า อาจส่งผลต่อปริมาณน้ำและโรคที่จะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการมีโรงเรือนในการปลูกยอมเป็นผลดีกว่า เพราะเราสามารถปลูกได้ปี ละ 3 รอบเป็นอย่างต่ำ ไม่ต้องกลัวฝน
    

โรงเรือนแรกของการปลูกเมล่อน


    มาถึงโรงเรือนผมเริ่มต้นจากความไม่รู้ เลยสั่งเหล็กมาทำเองใช้การประยุกต์ตามวัสดุที่หาซื้อได้จากอินเตอเน็ต ใช้หลังคาแบบใส หนา 150 ไมครอน กัน UV 7% และใช้มุ้งขนาดความถี่ตา 32 ตา ต่อนิ้ว ที่ได้มาก็จากYOUTUBE และประกอบกับทุนนะทรัพย์ที่มี เลยได้โรงเรือนขนาด 10*16 เมตร 1 หลัง กับ 6*12เมตร อีก 1หลัง ใช้การเชื่อมเหล็กอย่างดี โดนพายุก็ไม่เป็น (อันนี้โม้นะครับ) ผลปรากฎว่า หมดไปแสนกว่าบาท ขนาดทำเองได้บ้างสวนนะครับ

    หลังจากมีโรงเรือนก็เริมลงมือปลูกครับ ซื้อเมล็ดพันธุ์ จากในอินเตอร์เน็ตเลยครับ เมล็ดละ 8 บาทจำนวน 200 ต้น ปลูกครั้งแรกใส่ถุงสีขาว ราคาถุงถุงละ 5 บาท ใช้ระบบน้ำมีปั้มน้ำและถังน้ำ หมดไปอีก 5 หมืนกว่าบาท ยังมีอีกครับครั้งแรกปลูกด้วยปุ๋ย AB ค่าปุ๋ยรอบแรก 3500 บาท วัสดุแทนดินอาทิ ชุยมะพร้าว กาบมะพร้าวสับ แกลบดำ อีกประมาณ 5000 บาท รวมหมดทุกอย่าง ประมาณ 70.000 บาท แค่เริ่มต้นนะครับ หมดไป เกือบ 300,000 บาท 

ระบบน้ำตอนเริ่มต้นทำฟาร์ม

    หากคำนวนคราวๆ ขาย ที่กิโลละ 180 บาท(ราคานี้ตอนเปิดฟาร์มใหม่ๆนะครับ ) ได้สักลูกละ 1.5 กิโลกรัม 200 ลูก น่าจะได้เงินกลับมาที่ 54,000 บาท ปลูกประมาณ 6 ครั้งน่าจะคืนทุน ในใจยิ้ม นี้แหละเป็นพืชที่น่าจะตอบโจทย์เราได้แน่นอน 





    ผมลงมือปลูกโดยทำตามวิธีการปลูกแบบเดิมครับ ทุกอย่างเหมือนเดิม ต้นเมล่อนเริ่มโต งามมาก คิดในใจ น่าจะสำเร็จแล้ว พอเริ่มเข้าระยะแขวนลูก ปัญหาที่ไม่เคยคิดก็เกืดครับ เนื่อจากไม่เคยทำในระบบใหญ่ การให้น้ำไม่คงที่คือให้มากเกินไป สภาพโรงเรือนมีความชื้นสะสมมากไป เกิด โรคราน้าค้าง และแบคทีเรีย เป็นอันว่าต้องถอนทิ้งทั้งโรง สรุปเงิน 54.000 หายไปทันที 

             



    จากประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่าผมยังไม่มีความรู้จริงๆสำหรับการปลูกเมล่อน เราไม่เข้าใจเรื่องโรคพืช เราไม่เข้าใจเรื่องการจัดการเกี่ยวกับการปลูก แล้วเราจะต้องทำยังไงถึงจะปลูกได้ ผมก็เริ่มหาว่าในประเทศไทยมีใครบ้างที่ปลูกและยอมถ่่ายทอดความรู้ให้เรา 




    จนมาเจอกับ เทพมงคลฟาร์ม เป็นฟาร์มที่มีจำหน่ายเมล็ดพันธุ์เป็นของตัวเอง สายพันธุ์ที่ไม่มีใครที่ปลูกเมล่อนไม่รู้จักได้แก่ พันธุ์ บารมี ไข่ทองคำ สโนกรีน ประกอบกับช่วงนั้นได้มีการเปิดอบรมให้เกษตรกร ในชื่อว่าเกษตรไทไม่จน ผมเองติดตามดูเฟสและได้โทรหาตามเบอร์ที่ให้ไว้ จนพบกับคุณมงคล ธราดลธนสาร หรือ ครูบอล และนี้ก็เป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งสำหรับการปลูกเมล่อนของผม แล้วจะมาเล่าต่อในตอนต่อไปนะครับ

    จากประสบการณ์ข้างต้น ผมอยากจะบอกกับทุกคนที่อ่านมาถึงจุดนี้ เราไม่ได้รู้ทุกอย่าง หากลงมือทำอะไรแล้ว สิ่งสำคัญคือเราจะต้องรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดได้อย่างไร และอย่าเพิ่งท้อหากครั้งแรกยังไม่สำเร็จ จงสำรวจว่าเราได้ทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า ตอนหน้าจะเล่าถึง วิธีการปลูกเมล่อนสายดิน ที่จะทำให้เราไม่จนว่าเราจะทำอย่างไรครับ อย่าเพิ่งเชื่อ ให้ลองคิดตามผมนะครับ แล้วคำตอบของการตัดสินใจอยู่ที่คุณจะเลือกเดินครับ
     

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ว่าด้วยเรื่องการปลูกเมล่อน ตอนที่ 1 ปลูกลงถุงหรือปลูกลงดินดี

KIPBOXFARM     สวัสดีครับวันนี้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการปลูกเมล่อนสำหรับมือใหม่หรือมือเก่าเพื่อลองพิจารณาเลือกวิธีการปลูกกันดูนะครับ มีหลายๆคำถามที่ถามมาว่า พี่ครับเราปลูกเมล่อนลงถุงดีกว่าลงดินไม่ครับ หรือลงดินดีกว่ามั๊ยครับ ผมก็เลยเอาคำถามเหล่านี้มาลองสรุปให้ผู้ปลูกลองพิจารณาดูนะครับ     การปลูกเมล่อนให้ได้ผลดี องค์ประกอบที่สำคัญไม่น้อยกว่าองค์ประกอบอื่นคือเรื่องของดินปลูกครับ หลายๆฟาร์มมีลักษณะการปลูกที่แตกต่างกันไป แต่ที่เห็นหลักๆได้แก่ การปลูกลงแปลงดิน การปลูกลงวัสดุแทนดิน และการปลูกแบบ ไฮโดรโปนิกส์ ครับ (สำหรับผมเคยปลูกแค่สองแบบแรกจึงขอไม่พูดถึงไฮโดรโรนิกส์นะครับ)      เรามาดูในแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไรครับ     1. การปลูกโดยทำแปลงดิน การเตรียมแปลงปลูกแบบดิน ปรับปรุงดินโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์           ข้อดีการปลูกลงแปลงดิน ต้นทุนในการปลูกต่ำลง  เนื่องจากดินในโรงปลูกทุกคนมีดินอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องขนวัสดุเข้าออกเพียงแต่ต้องพัตนาดินให้มีความสมบรูณ์มากขึ้นโดยการเติมอินทรีย์วัตถุ และปรับโครงสร้างดิน...

มาทำความรู้จัก KIpbox farm ตอนที่ 1เราคือใคร

    KIPBOX FARM       เราเป็นฟาร์มเกษตรแบบผสมผสานที่ตั้งอยูในตัวเมืองตรัง โดยใช้พื้นที่ ประมาณ 2 ไร่ครึ่ง แบ่งเป็นสองส่วนได้แก่ ส่วนของพื้นที่ฟาร์ม และ ส่วนร้านอาหารและโรงแรม       ในปี 2016 ซึ่งตัวผมเองตั้งใจจะใช้พื้นที่ตรงนี้สร้างโรงแรมที่ทำมาจากตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้ชื่อว่า KIP ที่แสลงมาจาก Sleep และ BOX ที่มาจากกล่อง แปลรวมกันเป็นกล่องนอน ซึ่งตรงกับConceptเอาตู้คอนเทนเนอร์มาสร้างเป็นโรงแรม ภาพร่างออกแบบปี 2016      ซึ่งเราได้ออกแบบเป็นโรงแรมขนาด 42 ห้องก็นับว่าหากสร้างจริงก็จะเป็นโรงแรมที่ใช้ตู้คอนเทนเนอร์มาสร้างเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดในเวลานั้น แต่จนแล้วจนรอดก็เกิดความคิดบ้างอย่างขึ้นมาว่า หากเราสร้างจริงเราจะทำธุรกิจนี้ไหวเหรอ แล้วโรงแรมเราจะมีอะไรเป็นจุดเด่นมากพอที่จะทำให้คนเขามาพักหรือเปล่า     จากคำถามเหล่านั้นจึงทำให้ผมชลอการสร้างโรงแรม และลองหันมามองหาว่าเราจะใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้อย่างไร จึงเกิดแนวคิดที่ว่าเราควรกลับมามองเรื่องการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพของเราเองและส่งต่ ออาหารที่มีประโยชน์ให้กับลู...

ว่าด้วยเรื่องการปลูกเมล่อน ตอนที่ 2 การเตรียมดินปลูกเมล่อน

KIPBOXFARM      จากตอนที่แล้ว เราพูดถึงเรื่องการการปลูกเมล่อนในวัสดุแทนดินหรือลงแปลงดินอะไรดีกว่า ผมขอขยายความของการปลูกแปลงดินเพิ่มเติมกันต่อครับว่าเราจะต้องการเตรียมแปลงปลูกกันอย่างไรตามแบบฉบับของสายดินครับ      อันดับแรก ก่อนที่จะทำการปลูก อย่างที่ผมได้บอกไว้ในตอนก่อนๆ ในเรื่องของการส่งตัวอย่างดินไปวิเคราะห์เพื่อดูความสมบรูณ์ของดิน สำหรับผมถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้นๆเลยครับ เนื่องจากหากเราไม่รู้สภาพดินของเราว่าเป็นอย่างไร เราก็ไม่สามารถที่จะปรุงดินให้ดีได้ครับ  วิธีการเก็บตัวอย่างขออนุญาตทำลิงค์ของกรมพัตนาที่ดินไว้ให้นะครับ  https://www.ldd.go.th/WEB_WorldSoilDay/Data/Knowledge/SoilSampling.pdf     สำหรับแปลงใหม่ที่ยังไม่เคยปลูกยังไม่ต้องกังวลมากครับให้เราทำการทดสอบค่า PH ของดินและทำการไถ่พลิกหน้าดินเพื่อดูสภาพเบื้องต้น การเก็บตัวอย่างดิน ให้เอาผี่งลมไม่ต้องตากแดด ทดสอบด้วยชุดทดสอบPH ไถ่พลิกหน้าดินและเก็บเศษวัสดุอื่นๆ      หลังจากไถ่พลิกหน้าดินให้เราเก็บเศษวัสดุ เศษแก็ว เศษก้อนหิน หรือขยะอื่นๆออกจากแปลงให้มากที่สุด ห...