KIPBOX FARM
สวัสดีเช้าวันเสาร์ที่หลายๆคนเป็นวันหยุด หากถามว่าอาชีพเกษตรกรมีวันหยุดไหม คำตอบคือไม่ครับ แต่เราจะเริ่มงานของเราทุกวันในเวลาเช้า และจะหยุดงานของเราเมื่อทุกอย่างที่เราตั้งเป้าไว้เสร็จ ไม่ได้ตายตัวครับ ขอให้เรารู้สึกสนุกกับมันเราก็จะทำมันได้เรื่อยๆครับ ร้อนก็พัก หายร้อนทำต่อ อาจจะเป็นขอดีของคนทำอาชีพนี้ก็ได้ครับ
ผมขอเริ่มเล่าประสบการณ์ของการเริ่มปลูกเมล่อนแบบจริงจังกันนะครับ อย่างที่บอกครับการเริ่มต้นของผมเริ่มจากการปลูกต้นเมล่อนข้างออฟฟิศ แค่ 20 ต้น นั้นคือบันไดขั้นแรก ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าเจ้าต้นเมล่อนมันเติบโตอย่างไรครับ คราวนี้มาถึงการเริ่มทำอย่างจริงจัง อันดับแรก สิ่งจำเป็นจริงๆสำหรับการปลูกคือ โรงเรือนที่ใช้ปลูก ทำไม่ต้องมีโรงเรือน ปลูกแปลงเปิดไม่ได้เหรอ นี้เป็นประโยคคำถามที่ถามกันเป็นประจำ คำตอบคือได้ครับ แต่เราจะต้องเจอกับ แมลงและปริมาณน้ำฝนที่เราไม่สามารถควบคุมได้ครับ จริงอยู่ต้นกำเนิดของเมล่อนอยู่แถบแอฟริกา ซึ่งเป็นแถบโซนร้อนอยู่แล้ว สำหรับประเทศไทย มีการตกของฝนที่ค่อนข้างมากกว่า อาจส่งผลต่อปริมาณน้ำและโรคที่จะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการมีโรงเรือนในการปลูกยอมเป็นผลดีกว่า เพราะเราสามารถปลูกได้ปี ละ 3 รอบเป็นอย่างต่ำ ไม่ต้องกลัวฝน

โรงเรือนแรกของการปลูกเมล่อน
มาถึงโรงเรือนผมเริ่มต้นจากความไม่รู้ เลยสั่งเหล็กมาทำเองใช้การประยุกต์ตามวัสดุที่หาซื้อได้จากอินเตอเน็ต ใช้หลังคาแบบใส หนา 150 ไมครอน กัน UV 7% และใช้มุ้งขนาดความถี่ตา 32 ตา ต่อนิ้ว ที่ได้มาก็จากYOUTUBE และประกอบกับทุนนะทรัพย์ที่มี เลยได้โรงเรือนขนาด 10*16 เมตร 1 หลัง กับ 6*12เมตร อีก 1หลัง ใช้การเชื่อมเหล็กอย่างดี โดนพายุก็ไม่เป็น (อันนี้โม้นะครับ) ผลปรากฎว่า หมดไปแสนกว่าบาท ขนาดทำเองได้บ้างสวนนะครับ
หลังจากมีโรงเรือนก็เริมลงมือปลูกครับ ซื้อเมล็ดพันธุ์ จากในอินเตอร์เน็ตเลยครับ เมล็ดละ 8 บาทจำนวน 200 ต้น ปลูกครั้งแรกใส่ถุงสีขาว ราคาถุงถุงละ 5 บาท ใช้ระบบน้ำมีปั้มน้ำและถังน้ำ หมดไปอีก 5 หมืนกว่าบาท ยังมีอีกครับครั้งแรกปลูกด้วยปุ๋ย AB ค่าปุ๋ยรอบแรก 3500 บาท วัสดุแทนดินอาทิ ชุยมะพร้าว กาบมะพร้าวสับ แกลบดำ อีกประมาณ 5000 บาท รวมหมดทุกอย่าง ประมาณ 70.000 บาท แค่เริ่มต้นนะครับ หมดไป เกือบ 300,000 บาท

ระบบน้ำตอนเริ่มต้นทำฟาร์ม
หากคำนวนคราวๆ ขาย ที่กิโลละ 180 บาท(ราคานี้ตอนเปิดฟาร์มใหม่ๆนะครับ ) ได้สักลูกละ 1.5 กิโลกรัม 200 ลูก น่าจะได้เงินกลับมาที่ 54,000 บาท ปลูกประมาณ 6 ครั้งน่าจะคืนทุน ในใจยิ้ม นี้แหละเป็นพืชที่น่าจะตอบโจทย์เราได้แน่นอน
ผมลงมือปลูกโดยทำตามวิธีการปลูกแบบเดิมครับ ทุกอย่างเหมือนเดิม ต้นเมล่อนเริ่มโต งามมาก คิดในใจ น่าจะสำเร็จแล้ว พอเริ่มเข้าระยะแขวนลูก ปัญหาที่ไม่เคยคิดก็เกืดครับ เนื่อจากไม่เคยทำในระบบใหญ่ การให้น้ำไม่คงที่คือให้มากเกินไป สภาพโรงเรือนมีความชื้นสะสมมากไป เกิด โรคราน้าค้าง และแบคทีเรีย เป็นอันว่าต้องถอนทิ้งทั้งโรง สรุปเงิน 54.000 หายไปทันที
จากประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่าผมยังไม่มีความรู้จริงๆสำหรับการปลูกเมล่อน เราไม่เข้าใจเรื่องโรคพืช เราไม่เข้าใจเรื่องการจัดการเกี่ยวกับการปลูก แล้วเราจะต้องทำยังไงถึงจะปลูกได้ ผมก็เริ่มหาว่าในประเทศไทยมีใครบ้างที่ปลูกและยอมถ่่ายทอดความรู้ให้เรา
จนมาเจอกับ เทพมงคลฟาร์ม เป็นฟาร์มที่มีจำหน่ายเมล็ดพันธุ์เป็นของตัวเอง สายพันธุ์ที่ไม่มีใครที่ปลูกเมล่อนไม่รู้จักได้แก่ พันธุ์ บารมี ไข่ทองคำ สโนกรีน ประกอบกับช่วงนั้นได้มีการเปิดอบรมให้เกษตรกร ในชื่อว่าเกษตรไทไม่จน ผมเองติดตามดูเฟสและได้โทรหาตามเบอร์ที่ให้ไว้ จนพบกับคุณมงคล ธราดลธนสาร หรือ ครูบอล และนี้ก็เป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งสำหรับการปลูกเมล่อนของผม แล้วจะมาเล่าต่อในตอนต่อไปนะครับ
จากประสบการณ์ข้างต้น ผมอยากจะบอกกับทุกคนที่อ่านมาถึงจุดนี้ เราไม่ได้รู้ทุกอย่าง หากลงมือทำอะไรแล้ว สิ่งสำคัญคือเราจะต้องรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดได้อย่างไร และอย่าเพิ่งท้อหากครั้งแรกยังไม่สำเร็จ จงสำรวจว่าเราได้ทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า ตอนหน้าจะเล่าถึง วิธีการปลูกเมล่อนสายดิน ที่จะทำให้เราไม่จนว่าเราจะทำอย่างไรครับ อย่าเพิ่งเชื่อ ให้ลองคิดตามผมนะครับ แล้วคำตอบของการตัดสินใจอยู่ที่คุณจะเลือกเดินครับ





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น