ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มาทำความรู้จัก KIpbox farm ตอนที่ 2 เริ่มต้นกับการทำการเกษตร

KIPBOX FARM

    สวัสดีครับ วันนี้จะมาเล่าต่อจากจุดเริ่มต้นของ KIPBOX FARM ครับ ซึ่งก่อนจบจากตอนที่แล้วเล่าถึงการลองผิดลองถูกในการปลูกผัก ผมก็ได้ลองออกสำรวจรอบๆบริเวณจังหวัดตรังและจังหวัดใกล้เคียงเพื่อดูว่าจะมีที่ไหนบ้างที่ทำการเกษตรแบบที่ผมคิด ไปดูให้รู้ว่าเขาทำยังไง และเขาปลูกอะไรกัน 

    ผลสรุปว่าแทบจะไม่มี มีก็เป็นเจ้าที่ลงทุนระบบขนาดใหญ่ซึ่งใช้เงินลงทุนค่อนข้างมาก หรือไม่ก็เป็นแปลงเกษตรอินทรีย์ ที่ทำในรูปแบบไม่ใช่เชิงธุรกิจ  ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์ของผม ผมเลยเริ่มใหม่โดยการสำรวจผักในตลาดครับ หลายๆคนสงสัยผักในตลาดบอกอะไรเรา จริงๆแล้วผักในตลาดสะท้อนให้เห็นการบริโภคครับ ซึ่งผักที่ขายก็จะเป็นผักกินใบ เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ซึ่งราคาต่อกิโลกรัมไม่เกิน 20-30 บาท 

แปลงทดลองปลูกผัก ในปี 2017

    จากราคาผักเหล่านี้ ผมว่าด้วยพื้นที่ผมคงไม่มีทางที่จะทำรายได้ให้เกิดขึ้นได้ครับ หากคิดจะทำผมคงได้แค่พอขายไม่กี่ถุง จึงทำให้แนวคิดของการปลูกผักก็เป็นอันต้องพับไปก่อน เพราะเราต้องการพืชที่ใช้พื้นที่น้อยแต่ผลตอบแทนสูง เลยมามองทางเลือกใหม่ เลยมาเจอพืชหน้าสนใจ 3ตัว คือ องุ่น สตอเบอรี่ เมล่อน ทำมัยถึงเลือกพืชทั้ง 3 ตัวนี้เพราะว่าทั้ง 3 ตัวนี้ราคาต่อกิโลค่อนข้างจะมีราคาและที่ตรังยังไม่มีใครปลูกเลยจึงมองว่าเราน่าจะลองดู 


    จากตัวเลือกทั้ง3 สำหรับคนไม่เคยทำเกษตรตอบเลยว่ายาก กอไก่ล้านตัวครับ มาดูตัวแรกในปีที่ผมเริ่มทำเกษตรได้มีสวนแถวๆอำเภอที่ใกล้เคียงเปิดสวนองุ่น ผลตอบรับดีมาก มีแต่คนไปถ่ายรูป ผมเองก็ไปครับ มันเป็นความตื่นเต้น ว่าภาคใต้เรามีองุ่นด้วย และเขาใช้พื้นที่ไม่มาก น่าสนใจที่เดี่ยว เลยกลับมาศึกษาดูความเป็นไปได้ วิธีการต่างๆนานๆทั้งเรื่องการให้ปุ๋ย ฮอร์โมน และยา มันเยอะมากจริงๆครับ ดูแล้วยุ่งยาก ผมเลยหยุดไปเพราะมันคงไม่เหมาะกับเรามือใหม่

 
    มาถึงตัวที่ 2 ได้แก่ สตอเบอรี่ ในเมื่อองุ่นปลูกได้  สตอเบอรี่ก็ต้องปลูกได้ในใจคิดอย่างนั้น ประกอบกับช่วงเริ่มทำฟาร์มเป็นช่วงเดือนตุลาคม เลยคิดว่าภาคใต้เราก็น่าจะหนาว เลยเริ่มซื้อต้นกล้ามาจากเชียงราย เจ้าไร่เขาดีมากครับให้ความรู้ว่า สตอเบอรี่ของเขาปลูกที่สูงจึงมีการกระตุ้นตาดอกเรียบร้อยแล้ว ออกลูกแน่นอน ผมเริ่มปลูกในเดือนตุลาใส่ในกระถางครับ ผลปรากฎว่า ออกลูกจริงครับ ออกทุกต้นแต่ลูกไม่ได้โตเท่ากับที่เห็น มันเลยเป็นพืชที่ใช่พื้นที่น้อยแต่ก็ไม่ทำให้เกิดรายได้ครับ ก็เป็นต้องอันล้มเลิกไป



ทดลองปลูกสตอเบอรี่



     มาถึงพืชตัวสุดท้าย คือเจ้าเมล่อน ผมคิดว่าทุกคนคงคิดเหมือนผม เมล่อนต้องเป็นพืชเมืองหนาวแน่ๆ เพราะเห็นญี่ปุ่นเขาปลูก ลูกละหลายตังค์ แต่พอเดินดูจากในซุปเปอร์มาเก็ต เฮ้ยมันปลูกในไทยนี้หว่าแสดงว่าเราต้องปลูกได้ เลยเริ่มทำการศึกษาว่าตกลงจริงๆแล้วเจ้าเมล่อนนี้มันเป็นยังไงกันแน่

 
    วิธีการศึกษาของผมก็คือการค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต YOUTUBE ประกอบกับช่วงนั้นกระแสของเมล่อนมาแรงครับมีหนังสือออกมาหลายเล่ม ด้วยความอยากรู้ผมเลยไปซื้อเมล็ดพันธุ์จากร้านเกษตรมาลองปลูกดูครับ 


    ครั้งแรกกับการปลูกเมล่อนบอกได้เลยครับ ไม่มีความรู้เลยทุกอย่างทำตามหนังสือที่ซื้อมา โดยเริ่มปลูกในถุงพลาสติก ทำโรงเรือนจากท่อพีวีซีและกางแสลนแทนมุ้งครับ เริ่มตั้งแต่เพาะกล้า ลงปลูกในถุง ให้ปุ๋ยโดยผ่านระบบน้ำ(เอาปั้มเดิมจากระบบไฮโดรมาใช้ต่อ) ทุกเช้าก่อนทำงานต้องเข้าไปดู ว่าวันนี้น้องเมล่อนเป็นไงบ้าง ปลูกไปเรื่อยๆแบบมี YOUTUBE เป็นพี่เลี้ยงในจำนวน 20 ต้น 


แปลงปลูกเมล่อนครั้งแรก

    ผลของการทดลองพบว่า จากปลูกจนถึงผสมดอกใช้เวลาประมาณ 25-30 วัน เริ่มผสมดอกต้นละ 3-4 ดอกแล้วคัดเอาลูกที่ดีที่สุด เลี้ยงต่อไปอีก 40-45 วัน จนในที่สุดได้ผลผลิตครับ จาก20 ต้นได้ 18 ลูก เอามาทดลองชิม หวานครับแต่ยังไม่ได้คุณภาพเท่าที่ขายกันแต่ก็ภูมิใจสำหรับบันไดขั้นแรก 


    สำหรับตอนนี้ผมขอจบไว้เท่านี้ก่อนนะครับ จริงๆแล้วอยากให้ทุกท่านที่สนใจลองอ่านและทบทวนดูนะครับ การทำเกษตรไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพยาม อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะมองว่าไม่น่าจะยาก เดี่ยวตอนหน้าผมจะมาเล่าให้เห็นอีกมุมของการทำเกษตรครับ

           

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ว่าด้วยเรื่องการปลูกเมล่อน ตอนที่ 1 ปลูกลงถุงหรือปลูกลงดินดี

KIPBOXFARM     สวัสดีครับวันนี้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการปลูกเมล่อนสำหรับมือใหม่หรือมือเก่าเพื่อลองพิจารณาเลือกวิธีการปลูกกันดูนะครับ มีหลายๆคำถามที่ถามมาว่า พี่ครับเราปลูกเมล่อนลงถุงดีกว่าลงดินไม่ครับ หรือลงดินดีกว่ามั๊ยครับ ผมก็เลยเอาคำถามเหล่านี้มาลองสรุปให้ผู้ปลูกลองพิจารณาดูนะครับ     การปลูกเมล่อนให้ได้ผลดี องค์ประกอบที่สำคัญไม่น้อยกว่าองค์ประกอบอื่นคือเรื่องของดินปลูกครับ หลายๆฟาร์มมีลักษณะการปลูกที่แตกต่างกันไป แต่ที่เห็นหลักๆได้แก่ การปลูกลงแปลงดิน การปลูกลงวัสดุแทนดิน และการปลูกแบบ ไฮโดรโปนิกส์ ครับ (สำหรับผมเคยปลูกแค่สองแบบแรกจึงขอไม่พูดถึงไฮโดรโรนิกส์นะครับ)      เรามาดูในแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไรครับ     1. การปลูกโดยทำแปลงดิน การเตรียมแปลงปลูกแบบดิน ปรับปรุงดินโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์           ข้อดีการปลูกลงแปลงดิน ต้นทุนในการปลูกต่ำลง  เนื่องจากดินในโรงปลูกทุกคนมีดินอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องขนวัสดุเข้าออกเพียงแต่ต้องพัตนาดินให้มีความสมบรูณ์มากขึ้นโดยการเติมอินทรีย์วัตถุ และปรับโครงสร้างดิน...

มาทำความรู้จัก KIpbox farm ตอนที่ 1เราคือใคร

    KIPBOX FARM       เราเป็นฟาร์มเกษตรแบบผสมผสานที่ตั้งอยูในตัวเมืองตรัง โดยใช้พื้นที่ ประมาณ 2 ไร่ครึ่ง แบ่งเป็นสองส่วนได้แก่ ส่วนของพื้นที่ฟาร์ม และ ส่วนร้านอาหารและโรงแรม       ในปี 2016 ซึ่งตัวผมเองตั้งใจจะใช้พื้นที่ตรงนี้สร้างโรงแรมที่ทำมาจากตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้ชื่อว่า KIP ที่แสลงมาจาก Sleep และ BOX ที่มาจากกล่อง แปลรวมกันเป็นกล่องนอน ซึ่งตรงกับConceptเอาตู้คอนเทนเนอร์มาสร้างเป็นโรงแรม ภาพร่างออกแบบปี 2016      ซึ่งเราได้ออกแบบเป็นโรงแรมขนาด 42 ห้องก็นับว่าหากสร้างจริงก็จะเป็นโรงแรมที่ใช้ตู้คอนเทนเนอร์มาสร้างเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดในเวลานั้น แต่จนแล้วจนรอดก็เกิดความคิดบ้างอย่างขึ้นมาว่า หากเราสร้างจริงเราจะทำธุรกิจนี้ไหวเหรอ แล้วโรงแรมเราจะมีอะไรเป็นจุดเด่นมากพอที่จะทำให้คนเขามาพักหรือเปล่า     จากคำถามเหล่านั้นจึงทำให้ผมชลอการสร้างโรงแรม และลองหันมามองหาว่าเราจะใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้อย่างไร จึงเกิดแนวคิดที่ว่าเราควรกลับมามองเรื่องการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพของเราเองและส่งต่ ออาหารที่มีประโยชน์ให้กับลู...

ว่าด้วยเรื่องการปลูกเมล่อน ตอนที่ 2 การเตรียมดินปลูกเมล่อน

KIPBOXFARM      จากตอนที่แล้ว เราพูดถึงเรื่องการการปลูกเมล่อนในวัสดุแทนดินหรือลงแปลงดินอะไรดีกว่า ผมขอขยายความของการปลูกแปลงดินเพิ่มเติมกันต่อครับว่าเราจะต้องการเตรียมแปลงปลูกกันอย่างไรตามแบบฉบับของสายดินครับ      อันดับแรก ก่อนที่จะทำการปลูก อย่างที่ผมได้บอกไว้ในตอนก่อนๆ ในเรื่องของการส่งตัวอย่างดินไปวิเคราะห์เพื่อดูความสมบรูณ์ของดิน สำหรับผมถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้นๆเลยครับ เนื่องจากหากเราไม่รู้สภาพดินของเราว่าเป็นอย่างไร เราก็ไม่สามารถที่จะปรุงดินให้ดีได้ครับ  วิธีการเก็บตัวอย่างขออนุญาตทำลิงค์ของกรมพัตนาที่ดินไว้ให้นะครับ  https://www.ldd.go.th/WEB_WorldSoilDay/Data/Knowledge/SoilSampling.pdf     สำหรับแปลงใหม่ที่ยังไม่เคยปลูกยังไม่ต้องกังวลมากครับให้เราทำการทดสอบค่า PH ของดินและทำการไถ่พลิกหน้าดินเพื่อดูสภาพเบื้องต้น การเก็บตัวอย่างดิน ให้เอาผี่งลมไม่ต้องตากแดด ทดสอบด้วยชุดทดสอบPH ไถ่พลิกหน้าดินและเก็บเศษวัสดุอื่นๆ      หลังจากไถ่พลิกหน้าดินให้เราเก็บเศษวัสดุ เศษแก็ว เศษก้อนหิน หรือขยะอื่นๆออกจากแปลงให้มากที่สุด ห...